บทความสุขภาพ

อาการแพ้แชมพู สัญญาณเตือนที่คุณต้องรู้

เป็นมั้ย..อยู่ดีๆ แพ้แชมพูสระผมซะงั้น ทั้งที่เมื่อก่อนใช้อยู่เป็นประจำ มันเกิดขึ้นจากอะไร? วันนี้ Kaff & Co. มีสาเหตุและวิธีแก้มาฝาก

มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการแพ้ก่อน เพราะอาการแพ้แชมพูไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับเส้นผม หรือบริเวณหนังศีรษะเสมอไป แต่ผดผื่น สิวอุดตันที่ขึ้นตามใบหน้า แผ่นหลังอาจจะมีผลมาจากอาการแพ้แชมพู สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการแพ้ คือ “สารเคมี” ที่ผสมอยู่ในแชมพู

SLS (สารลดแรงตึงผิว) สารประกอบที่มีอยู่ในแชมพู ครีมนวดผม ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีฟอง ซึ่ง SLS จะเข้าไปทำลายความชุ่มชื้นของหนังศีรษะ และบริเวณที่แชมพูไหลผ่านผิวหนัง หากได้รับเป็นเวลานานๆ อาจจะทำให้เกิดผด ผื่น หรืออาการคัน

ซิลิโคน แชมพูสระผมตามท้องตลาดมักจะมีส่วนผสมของซิลิโคน เพื่อเพิ่มความเงางาม นุ่มลื่นให้เส้นผม แต่มักจะแลกมากับอาการแพ้ เกิดสิวอุดตัน สิวผด จากการที่ซิลิโคนเข้าไปอุดตันบริเวณรูขุมขน มากไปกว่านั้นซิลิโคนอาจจะเป็นตัวการสำคัญของปัญหาผมร่วง 

พาราเบน (สารกันเสีย) ถึงแม้ว่าจะเป็นสารกันเสียชนิดที่กระทรวงสาธารณสุขอนุญาตให้ใช้ (ในปริมาณที่กำหนด) แต่พอได้สัมผัสโดยตรงในรูปแบบแชมพูบ่อยๆ สารนี้จะกลายเป็นตัวทำลายความชุ่มชื้นของผิว เกิดอาการระคายเคือง 

แพ้แชมพูไปแล้ว สิ่งสำคัญคือการ 'ฟื้นฟูหนังศีรษะ' สิ่งสำคัญที่ควรทำอันดับแรกเลยคือ หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเคมีก่อน การฟื้นฟูหนังศีรษะจากอาการแพ้แชมพูแบบเร่งด่วนมีอยู่หลักๆ 3 วิธี คือ

หยุดใช้ความร้อนกับเส้นผม ในช่วงที่กำลังฟื้นฟูหนังศีรษะ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผมเพื่อหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมและหนังศีรษะ

นวดศีรษะ การนวดศีรษะเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณรอบหนังศีรษะโดยตรง เพื่อการฟื้นฟูที่รวดเร็วมากขึ้นควรใช้ควบคู่กับน้ำมัน หรือทรีมเม้นท์ที่สกัดจากธรรมชาติ เพื่อลดการระคายเคือง

ใช้แชมพูจากธรรมชาติ นอกจากจะช่วยลดปัญหาหนังศีรษะพังหรืออาการแพ้แชมพูต่างๆ ที่ตามมาแล้ว ยังเป็นอีก 1 วิธีในการลดการผลักดันสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย และบำรุงผมให้สวย แข็งแรงได้แบบถาวรอีกด้วย

ปรับอาหารการกิน อาหารดีไม่ได้ส่งผลแค่ผิวและร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ผลพลอยได้สำคัญที่เป็นตัวเร่งในการฟื้นฟูหนังศีรษะจากอาการแพ้แชมพู แนะนำให้รับประทานอาหารจำพวกโปรตีน โอเมก้า 3 ให้มากขึ้น ดื่มน้ำเปล่าให้มาก 2 ลิตรต่อวันเป็นอย่างต่ำ หลีกเลี่ยงชา กาแฟ และแอลกอฮอล์

แชร์สาระน่ารู้นี้